|
คำวินิจฉัยของนายประเสริฐ นาสกุล ประธานศาลรัฐธรรมนูญ
ที่ ๒๐/๒๕๔๔
วันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๔๔
เรื่อง การจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๕ (กรณีพันตำรวจโท ทักษิณ
ชินวัตร อดีตรองนายกรัฐมนตรี/ผู้ถูกร้อง)
ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.)
เสนอคำร้องลงวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๔๔ ต่อประธานศาลรัฐธรรมนูญ ความว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช./
ผู้ร้อง ดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องและความมีอยู่จริงของทรัพย์สินและหนี้สินของพันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร/ผู้ถูกร้อง ซึ่งยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน กรณีเข้ารับตำแหน่งรองนายก
รัฐมนตรีในรัฐบาล พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่ง และพ้นจากตำแหน่ง
มาแล้วเป็นเวลาหนึ่งปี และพิจารณาผลการตรวจสอบในการประชุมครั้งที่ ๙๘/๒๕๔๓ เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๓ แล้ว มีมติด้วยคะแนนเสียง ๘ ต่อ ๑ เกินสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดว่า
ผู้ถูกร้องจงใจยื่นบัญชี ฯ และเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๕ ต่อไป
เท็จจริงที่ได้จากการพิจารณา
๑. ข้อเท็จจริงเป็นอย่างเดียวกันกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
๒. คณะอนุกรรมการตรวจสอบและสรุปผลการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินราย
พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร มีหนังสือลงวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๔๓ ถึงผู้ถูกร้องขอทราบว่า นอกเหนือจากรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่ผู้ถูกร้องแสดงไว้ในบัญชี ฯ ทั้งสามครั้ง แล้ว ยังมีรายการทรัพย์สินและหนี้สินอื่นใดอีกหรือไม่ ที่เป็นของผู้ถูกร้องหรือที่ผู้ถูกร้องมีสิทธิครอบครองทั้งที่อยู่ในนามของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ หรือในนามของบุคคลอื่น หรือที่อยู่ในความครอบครองของบุคคลอื่นที่
ผู้ถูกร้องยังไม่แสดงไว้ในบัญชี ฯ ... เพราะจากการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ถูกร้องประเภทเงินลงทุน (หุ้น) ในบริษัทต่าง ๆ เท่าที่ตรวจพบในขณะนั้นมี ๑๗ บริษัท ซึ่งผู้ถูกร้องและคู่สมรสโอนหุ้น
ทั้งทางตรงและทางอ้อมให้บุคคลอื่น คือ นายวิชัย ช่างเหล็ก นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ นางสาวบุญชู เหรียญประดับ นางสาวสุกัญญา แซ่เฮ้ง นางสาวดวงตา วงศ์ภักดี นายชัยรัตน์ เชียงพฤกษ์ นางดนีย์
บุรกสิกร นายมานัส ใจยา นายวันชัย เชียงพฤกษ์ และนายพรทิพย์ เชียงพฤกษ์ ขอทราบด้วยว่า การโอนหุ้นดังกล่าวเป็นการทำนิติกรรมประเภทใด ซื้อขายเสร็จเด็ดขาด ให้ หรือให้มีชื่อถือแทน หรืออื่น ๆ
พร้อมทั้งขอทราบเหตุผล รายละเอียด ขั้นตอนในการดำเนินการและหลักฐานที่เกี่ยวข้องภายในสิบห้าวัน
นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ และมีหนังสือลงวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๓ ขอให้ผู้ถูกร้องชี้แจงข้อเท็จจริง
พร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการถือหุ้นและการโอนหุ้นไปยังคณะอนุกรรมการตรวจสอบ ฯ ภายใน
วันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๓ หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว คณะอนุกรรมการตรวจสอบ ฯ จะได้ดำเนินการพิจารณาพยานหลักฐานตามที่เห็นสมควรต่อไป
๓. ผู้ถูกร้องมีหนังสือชี้แจงคณะอนุกรรมการตรวจสอบ ฯ สามครั้ง คือ หนังสือ ลับ
ลงวันที่ ๑๔, ๒๔ และ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๓ เป็นการชี้แจงและตอบหนังสือคณะอนุกรรมการตรวจสอบ ฯ ลงวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๔๓ ผู้ถูกร้องทำและยื่นภายหลังที่มีการร้องเรียนต่อผู้ร้อง เมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๔๓ ผู้ร้องมีคำสั่งตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบ ฯ เมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน และ ๕ ตุลาคม ๒๕๔๓ และเริ่มสอบสวนแล้ว โดยผู้ถูกร้องแสดงรายการทรัพย์สินเพิ่มเติมบัญชี ฯ เมื่อเวลาผ่านไป นับแต่วันที่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๒ บัญญัติให้ต้องยื่นบัญชี ฯ ครั้งที่ ๑ (วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๐) ครั้งที่ ๒ (วันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๔๐) และครั้งที่ ๓ (วันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๔๑) ซึ่งผ่านพ้นมาเกือบสามปีแล้ว มิใช่ผู้ถูกร้องมีความสุจริตใจ ชี้แจงเพิ่มเติมรายการทรัพย์สินในบัญชี ฯ ที่ยื่นมาเอง
ก่อนที่ผู้ถูกร้องจะเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมือง ผู้ถูกร้องเป็นผู้บริหารในกลุ่ม
โทรคมนาคม ส่วนในกลุ่มธุรกิจอื่นจะมอบให้คู่สมรสผู้ถูกร้อง นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ และเครือญาติ หรือผู้บริหาร โดยว่าจ้างผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาร่วมในการบริหารงาน ในส่วนที่เกี่ยวกับการบริหารโครงสร้างการถือหุ้นในบริษัทแต่ละบริษัทนั้น เป็นเรื่องที่ต้องการความรู้ ความชำนาญ และเทคนิคเฉพาะ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่การดำเนินธุรกิจสูงสุด และถูกต้องตามกฎหมายการเข้าถือหุ้น
การปรับเปลี่ยนการถือหุ้นในบริษัทต่าง ๆ ต้องอาศัยคำแนะนำและแนวทางของผู้เชี่ยวชาญในด้านการบริหารเป็นอย่างมาก ต้องมีความคล่องตัวสูงเพื่อให้ทันต่อสถานการณ์และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเพื่อมิให้เป็นปัญหาต่อการดำเนินธุรกิจและการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ผู้ถูกร้องจึงยุติบทบาทในการบริหารงานทางธุรกิจของกลุ่มบริษัทที่ผู้ถูกร้อง คู่สมรส และนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ และเครือญาติร่วมกันลงทุน โดยลาออกจากตำแหน่งบริหารทุกตำแหน่งก่อนเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองครั้งแรก ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๓๗ อันเป็นเวลาก่อนที่จะใช้รัฐธรรมนูญปัจจุบัน
ผู้ถูกร้องและคู่สมรสต่างมีทรัพย์สินเป็นของตนโดยเฉพาะ ในส่วนที่เป็นหุ้นบริษัทต่าง ๆ
มีเป็นจำนวนมาก จนยากที่จะมีเวลาติดตามด้วยตนเองว่า ในขณะหนึ่ง ๆ มีหุ้นบริษัทใด จำนวนเท่าใด ต่างมีเลขานุการส่วนตัวเพื่อติดตามการมีอยู่ การโอน หรือการรับโอนหุ้นต่าง ๆ เลขานุการส่วนตัวจะเก็บบันทึกบรรดาหุ้นที่ผู้ถูกร้องหรือคู่สมรสถือในชื่อของตนไว้ และชี้แจงต่อไปว่า "คู่สมรสผู้ถูกร้องมีรายการทรัพย์สินที่มิได้ปรากฏอยู่ในบัญชี ฯ" แต่เป็นเพราะความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนของเลขานุการ โดยผู้ถูกร้องหรือคู่สมรส มิได้เจตนาจงใจปกปิดข้อเท็จจริง หรือซ่อนเร้นอำพราง
สำหรับหุ้นบริษัทที่ผู้ถูกร้องถืออยู่ ในทางปฏิบัติบางขณะมีความจำเป็นที่จะต้อง
ปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นให้เหมาะสมตามที่ผู้บริหารให้คำแนะนำ ผู้ถูกร้องจึงลงลายมือชื่อในเอกสารโอนหุ้น
ในลักษณะโอนลอย อันเป็นการโอนสิทธิทั้งหมดในฐานะผู้ถือหุ้นให้แก่คู่สมรสผู้ถูกร้อง (หนังสือของ
ผู้ถูกร้อง ลงวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๓ หน้า ๓ ข้อ ๗) เป็นผู้จัดการตามที่เห็นสมควร และเมื่อ
มอบกิจการและการบริหารทั้งปวงให้แก่คู่สมรสผู้ถูกร้องแล้ว ผู้ถูกร้องมิได้ติดตามว่า มีการโอนหุ้นกัน
อย่างไร เพราะโดยรัฐธรรมนูญ ระเบียบของผู้ร้อง หรือพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการ
ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ฯ กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีหน้าที่ยื่นบัญชี ฯ ของตน
คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ แต่มิได้กำหนดให้คู่สมรสหรือบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะมีหน้าที่
ที่จะต้องแจ้งทรัพย์สินและหนี้สินด้วยตนเอง การที่ผู้ถูกร้องแจ้งทรัพย์สินของคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุ
นิติภาวะ โดยมิได้รู้ข้อเท็จจริงว่า ยังมีทรัพย์สินบางรายการของคู่สมรสผู้ถูกร้องที่ไม่ปรากฏในบัญชี ฯ ที่ยื่นไว้แล้ว เพราะคู่สมรสผู้ถูกร้องมิได้แจ้งให้ทราบ จึงย่อมเป็นไปไม่ได้ที่ผู้ถูกร้องจงใจยื่นบัญชี ฯ ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ ผู้ถูกร้องยืนยันว่า มิได้จงใจยื่นบัญชี ฯ ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และเพื่อแก้ไขความคลาดเคลื่อนและความสำคัญผิด
ที่มีอยู่ทั้งหมดจากการยื่นบัญชี ฯ ซึ่งได้ชี้แจงข้อเท็จจริงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะอนุกรรมการตรวจสอบ ฯ เมื่อวันที่ ๑๔, ๒๔ และ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๓ ผู้ถูกร้องขอถือหนังสือชี้แจงทั้งสามฉบับเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขเพิ่มเติมรายการทรัพย์สินในบัญชี ฯ และเอกสารประกอบ
๔. หนังสือ ลับ ลงวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๓ ผู้ถูกร้องชี้แจงคณะอนุกรรมการ
ตรวจสอบ ฯ มีรายละเอียด สรุปได้ว่า
๔.๑ บริษัทเอส ซี เค เอสเทต จำกัด ทุนจดทะเบียน ๕ ล้านบาท เพิ่มทุนจาก
๕ ล้านบาท เป็น ๑๐ ล้านบาท และเป็น ๓๐ ล้านบาท ตามลำดับ คู่สมรสผู้ถูกร้องซื้อไว้ทั้งหมด และ
จัดสรรให้คนในครอบครัว วันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๔๑ เพิ่มทุน จาก ๓๐ ล้านบาท เป็น ๒๐๐ ล้านบาท คู่สมรสผู้ถูกร้องซื้อไว้ทั้งหมด และจัดสรรให้คนในครอบครัว วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๔๓ คู่สมรสผู้ถูกร้องโอนขายหุ้น ๒ ล้านหุ้น และผู้ถูกร้องโอนขายหุ้น ๓,๕๔๙,๙๘๐ หุ้น รวม ๕,๕๔๙,๙๘๐ หุ้น ๆ ละ
๑๐ บาท เป็นเงิน ๕๕,๔๙๙,๘๐๐ บาท ให้บริษัท Win Mark Limited สัญชาติ British Virgin Island
ผู้ถูกร้องชี้แจงว่า การโอนหุ้นดังกล่าวเป็นการขายหุ้นปกติ ไม่มีลักษณะการฟอกเงิน (หน้า ๑๒)
๔.๒ บริษัทซิสเต็มส์ เน็ทเวอร์ค จำกัด ทุนจดทะเบียน ๕ ล้านบาท วันที่ ๔
กันยายน ๒๕๔๐ บริษัท ฯ จดทะเบียนเลิก ผู้ถูกร้องจึงไม่แจ้งรายการถือหุ้น หากผู้ร้องเห็นว่า ต้องแจ้ง
ผู้ถูกร้องขอแจ้งเพิ่มเติม มิได้จงใจยื่นบัญชี ฯ ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ
๔.๓ บริษัทเอ็น ที ยู (ประเทศไทย) จำกัด ทุนจดทะเบียน ๑๒ ล้านบาท
มิได้มีวัตถุประสงค์แสวงหากำไร ในฐานะที่ผู้ถูกร้องเป็นผู้เริ่มก่อการจัดตั้งบริษัท ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติว่า ต้องลงลายมือชื่อซื้อหุ้นอย่างน้อย ๑ หุ้น แต่เรียกชำระค่าหุ้นเพียงกึ่งหนึ่ง คือ ๕๐ บาท เนื่องจากยังมีการเรียกชำระค่าหุ้นไม่เต็มจำนวน บริษัทจึงมิได้ส่งมอบใบหุ้นให้ เป็นเหตุให้เลขานุการ
ไม่ทราบ ผู้ถูกร้องมิได้จงใจยื่นบัญชี ฯ ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ขอถือหนังสือฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของการยื่นบัญชี ฯ
๕. หนังสือ ลับ ลงวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๓ ผู้ถูกร้องชี้แจงคณะอนุกรรมการตรวจสอบ ฯ มีรายละเอียด สรุปได้ว่า
๕.๑ บริษัทอัลไพน์ กอล์ฟ แอนด์ สปอร์ตคลับ จำกัด ผู้ถือหุ้นใหญ่ประสงค์
จะขายหุ้นและกิจการสนามกอล์ฟทั้งหมดในวงเงิน ๕๐๐ ล้านบาท โดยมีการเจรจาซื้อขายระหว่างบริษัท เอสซี แอสเสท จำกัด กับบริษัทอัลไพน์ เรียลเอสเตท จำกัด ตามบันทึกข้อตกลงจะซื้อจะขายหุ้นพร้อม
ทรัพย์สิน ลงวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๔๑ ผู้บริหารแนะนำคู่สมรสผู้ถูกร้องว่า ไม่ควรให้นิติบุคคลในกลุ่มบริษัท หรือชื่อบุคคลในครอบครัวดามาพงศ์ หรือชินวัตร ถือหุ้นบริษัทอัลไพน์ กอล์ฟ แอนด์ สปอร์ต
คลับ จำกัด จนกว่าจะเสร็จสิ้นขั้นตอนการขายทอดตลาด คู่สมรสผู้ถูกร้องจึงรับซื้อหุ้นและกิจการโดยให้นายชัยรัตน์ ฯ นางสาวบุญชู ฯ และนายวิชัย ฯ ถือหุ้นแทน ผู้ถูกร้องไม่เคยเห็นใบหุ้น และเข้าใจตลอดมาว่า ผู้ถือหุ้น คือ นิติบุคคล ด้วยเหตุที่ผู้ถูกร้องมิได้เป็นผู้ดำเนินการ และเลขานุการคู่สมรส
ผู้ถูกร้องมีความเข้าใจผิด มิได้นำข้อมูลนี้กรอกในบัญชี ฯ
๕.๒ บริษัทเอสซี แอสเสท จำกัด ปี ๒๕๓๓ ผู้ถูกร้องและคู่สมรสซื้อหุ้นมา
จนเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๓๕ บริษัท ฯ ขายทรัพย์สิน และเห็นควรปิดกิจการ
ผู้ถูกร้องจึงโอนลอยหุ้นให้คู่สมรสผู้ถูกร้อง เพื่อดำเนินการตามสมควร มิได้สนใจ ทราบต่อมาว่า คู่สมรส
ผู้ถูกร้องกับนายบรรณพจน์ ฯ ร่วมลงทุนต่อ และให้บุคคลอื่นเข้ามาถือหุ้นแทน และเลขานุการคู่สมรส
ผู้ถูกร้องมิได้รวบรวมทรัพย์สินแสดงในบัญชี ฯ ทั้ง ๓ ครั้ง คือ นางสาวบุญชู ฯ ถือ ๔,๐๐๐,๐๐๐ หุ้น
นางสาวดวงตา ฯ ถือ ๒,๙๙๙,๙๗๐ หุ้น นางดนีย์ ฯ ถือ ๓,๐๐๐,๐๐๐ หุ้น รวม ๙๙,๙๙๙,๗๐๐ บาท
๕.๓ บริษัทเทเลอินโฟ มีเดีย จำกัด ด้วยเหตุที่ผู้ถูกร้องมิได้เป็นผู้ดำเนินการ
และมีการเข้าใจคลาดเคลื่อนของเลขานุการคู่สมรสผู้ถูกร้อง จึงมิได้นำข้อมูลการถือหุ้นของกลุ่มบุคคล
ผู้ถือหุ้นแทนในส่วนทรัพย์สินของคู่สมรสผู้ถูกร้องมากรอกในบัญชี ฯ ในขณะที่ผู้ถูกร้องดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทั้ง ๓ ครั้ง รวมกันไม่เกินครั้งละ ๖๐๐ บาท
๕.๔ บริษัทชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จำกัด เมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๓๓
ได้รับอนุญาตให้เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ฯ จากการสอบถามข้อเท็จจริงจากคู่สมรส
ผู้ถูกร้อง เกี่ยวกับการใช้ชื่อบุคคลอื่นเข้าถือหุ้นแทน เป็นหุ้นที่ต้องแจ้งรายการทรัพย์สินต่อผู้ร้อง และชื่อของผู้ถือหุ้นในขณะที่ผู้ถูกร้องยื่นบัญชี ฯ ทั้งสามครั้ง เป็นชื่อของบุคคลกลุ่มเดียวกัน กับที่ผู้ถูกร้องและ
คู่สมรสใช้ชื่อเป็นผู้ถือหุ้นก่อนที่ผู้ถูกร้องอ้างว่า โอนลอยหุ้นให้แก่คู่สมรสแล้ว (สรุปเป็นตาราง) ดังนี้

* ตรวจสอบจากข้อมูลทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ ฯ ไม่ปรากฏการถือหุ้นในช่วงเวลานี้
** ยังไม่ได้ข้อมูลจากทะเบียนตลาดหลักทรัพย์
๖. หนังสือ ลับ ลงวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๓ ผู้ถูกร้องชี้แจงคณะอนุกรรมการ
ตรวจสอบ ฯ มีรายละเอียด สรุปได้ว่า
๖.๑ บริษัทยูไนเต็ดคอมมูนิเคชั่น อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) ( UCOM ) มิใช่บริษัทในเครือกลุ่มชินวัตร ระหว่างปี ๒๕๓๗ - ๒๕๓๘ คู่สมรสผู้ถูกร้องเคยซื้อหุ้นบริษัทนี้โดยใช้ชื่อบุคคลอื่น
ถือหุ้นแทน แต่โอนขายหมดแล้ว
๖.๒ บริษัทอุดมวรรณ จำกัด ปัจจุบันบริษัทระงับการประกอบกิจการทั้งหมดแล้ว
๖.๓ บริษัทเพจเจอร์ เซลส์ จำกัด ผู้ถูกร้องถือ ๕,๙๙๓ หุ้น ๆ ละ ๑๐๐ บาท บริษัท ฯ
มีวัตถุประสงค์สนับสนุนกิจการของบริษัทแอดวานซ์ เพจจิ้ง จำกัด (เดิมชื่อบริษัทชินวัตร เพจจิ้ง จำกัด)
ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนกับกลุ่มบริษัทสิงคโปร์ เทเลคอม จำกัด ในสัดส่วน ๖๐:๔๐ ปี ๒๕๓๗ ได้ตัดสินใจ
เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมือง จึงโอนลอยหุ้นให้แก่คู่สมรสผู้ถูกร้องจัดการตามที่เห็นสมควร ผู้ถูกร้องไม่มีเวลาติดตามว่า มีการโอนหุ้นกันอย่างไร ภายหลังปรากฏว่า บริษัทขาดทุนและต้องเพิ่มทุน จึงนำกลุ่มบุคคลอื่น
เข้ามาถือหุ้น โดยเพิ่มเป็น ๒๐๐ ล้านบาท เพื่อชำระหนี้ที่ขาดทุนสะสม โดยคู่สมรสผู้ถูกร้องรับซื้อไว้ร้อยละ ๖๐ ของหุ้นเพิ่มทุน เมื่อเพิ่มทุนและนำไปชำระหนี้บริษัทแล้ว จึงมีมติให้ลดทุนเพื่อล้างขาดทุนสะสมทางบัญชีจาก ๒๐๐ ล้านบาท เหลือ ๕๐ ล้านบาท ๑๓ ล้านบาท ๔ ล้านบาท ตามลำดับ และเหลือเพียง ๑ ล้านบาท ในวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒ เมื่อตรวจสอบมีรายการทรัพย์สิน ฯ ส่วนของคู่สมรสผู้ถูกร้องที่ยังมิได้ยื่นแสดงไว้ในบัญชี ฯ (สรุปเป็นตาราง) ดังนี้

๖.๔ บริษัทเอ็น ซี ซี เมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๓๙ บริษัทเอสซี แอสเสท จำกัด ซื้อหุ้นแล้ว จัดสรรโอนขายให้บริษัทเอสซี ออฟฟิช ปาร์ค จำกัด
นางบุษบา ดามาพงศ์ และคู่สมรสผู้ถูกร้อง ในส่วนที่เป็นของคู่สมรสผู้ถูกร้องได้แบ่งให้นางสาวบุญชู ฯ ถือหุ้นจำนวนหนึ่งแทน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นฝ่ายกลุ่มชินวัตรมี ๖ เสียง จากทั้งหมด ๑๒ เสียง วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๑ บริษัทเพิ่มทุนจาก ๑๐๐ ล้านบาท เป็น ๒๐๐ ล้านบาท หุ้นของคู่สมรสผู้ถูกร้องที่ถือในชื่อของนางสาวบุญชู ฯ ซื้อหุ้นเพิ่มทุนอีก ๕๐,๐๐๐ หุ้น รายการทรัพย์สินของคู่สมรสผู้ถูกร้อง ที่ยังไม่ได้แสดงไว้ เพราะใช้ชื่อบุคคลอื่นถือไว้แทน คือ ครั้งที่ ๑ และ ๒ นางสาวบุญชู ฯ ถือ ๕๐,๐๐๐ หุ้น ๆ ละ ๑๐ บาท มูลค่ารวม ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ครั้งที่ ๓ นางสาวบุญชู ฯ ถือ ๑๐๐,๐๐๐ หุ้น ๆ ละ ๑๐๐ บาท
มูลค่ารวม ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท
๖.๕ บริษัทโอเอไอ พร้อพเพอร์ตี้ จำกัด เดิมชื่อบริษัท เอฟ เอฟ พี จำกัด การยื่นบัญชี ฯ
ในส่วนของบริษัทนี้ถูกต้องแล้ว ไม่มีการใช้ชื่อบุคคลใดถือหุ้นแทน
๖.๖ บริษัทพี ที คอร์ปอเรชั่น จำกัด เดิมชื่อ บริษัท พี ที ฟิล์ม จำกัด การยื่นบัญชี ฯ
ในส่วนของบริษัทนี้ถูกต้องแล้ว ไม่มีการใช้ชื่อบุคคลใดถือหุ้นแทน
๖.๗ บริษัทอินโฟร์เซล เทเลคอม จำกัด (มหาชน) ปี ๒๕๓๘ เพิ่มทุนจาก
๒,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๓,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๔๐ ขาดทุน ผู้ถือหุ้น ๒ ราย คือกองทุน MFC-THAI Capital Fund ในกลุ่มธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ถือ ๙๖๐,๐๐ หุ้น และบริษัทพี แอสเส็ทส์ จำกัด ถือ ๗๕๐,๐๐๐ หุ้น และขายหุ้นคืนแก่คู่สมรสผู้ถูกร้อง แต่เนื่องจากบริษัทมีผลประกอบการขาดทุนและมีโอกาสหยุดประกอบกิจการ และไม่ประสงค์ให้ผู้ถือหุ้นอื่นทราบ เพราะเกรงว่า จะกระทำเช่นเดียวกัน จึงใช้ชื่อนางสาวบุญชู ฯ ถือ ๑,๗๑๐,๐๐๐ หุ้น เมื่อวันที่ ๒๗ พฤษภาคม และ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๔๐ ตรวจสอบแล้วมีรายการที่คู่สมรสผู้ถูกร้องยังมิได้แสดงแต่ใช้ชื่อบุคคลอื่นถือหุ้นแทน ในครั้งที่ ๑, ๒ และ ๓ คือ
นางสาวบุญชู ฯ ถือ ๑,๗๑๐,๐๐๐ หุ้น ๆ ละ ๑๐ บาท มูลค่า ๑๗,๑๐๐,๐๐๐ บาท
๖.๘ บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ตรวจสอบแล้วมีรายการ
ทรัพย์สินที่คู่สมรสผู้ถูกร้องใช้ชื่อบุคคลอื่นถือหุ้นแทน (สรุปเป็นตาราง) ดังนี้

๖.๙ บริษัทชินแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) ตรวจสอบแล้ว มีรายการทรัพย์สินที่
คู่สมรสผู้ถูกร้องยังมิได้ยื่น โดยใช้ชื่อบุคคลอื่นถือหุ้นแทน ดังนี้ คือ ครั้งที่ ๑ นางสาวบุญชู ฯ ถือ
๔๐,๒๐๐ หุ้น ๆ ละ ๑๔.๒๕ บาท มูลค่า ๕๗๒,๘๕๐ บาท (ราคา ณ ๓ พ.ย. ๔๐) ครั้งที่ ๒ นางสาว
บุญชู ฯ ถือ ๔๐,๒๐๐ หุ้น ๆ ละ ๑๐ บาท มูลค่า ๔๐๒,๐๐๐ บาท (ราคา ณ ๒๑ พ.ย.๔๐) และ ครั้งที่ ๓ นางสาวบุญชู ฯ ถือ ๔๐,๒๐๐ หุ้น ๆ ละ ๑๘ บาท มูลค่า ๗๒๓,๖๐๐ บาท (ราคา ณ ๑๒ พ.ย. ๔๑)
๖.๑๐ บริษัทสิงค์เทล เยลโล เพจเจท จำกัด ผู้ถูกร้อง คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุ
นิติภาวะไม่เคยถือหุ้นในบริษัทนี้ และไม่ได้ใช้ชื่อบุคคลอื่นถือหุ้นแทน
๖.๑๑ บริษัทยูไนเต็ด บรอดคาสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ตรวจสอบแล้ว
มีรายการทรัพย์สินที่คู่สมรสผู้ถูกร้องยังมิได้ยื่นไว้โดยใช้ชื่อบุคคลอื่นถือหุ้นแทน ดังนี้ ครั้งที่ ๑ นายชัยรัตน์ ฯ
ถือ ๑,๐๘๔,๒๐๐ หุ้น ๆ ละ ๑๒ บาท มูลค่า ๑๓,๐๑๐,๔๐๐ บาท (ราคา ณ ๓ พ.ย. ๔๐) ครั้งที่ ๒ นายชัยรัตน์ ฯ ถือ ๑,๐๘๔,๒๐๐ หุ้น ๆ ละ ๑๑.๕๐ บาท มูลค่า ๑๒,๔๖๘,๓๐๐ บาท (ราคา ณ ๒๑ พ.ย. ๔๐)
๖.๑๒ บริษัทบางกอก เทเลคอม เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ตรวจสอบแล้ว มีรายการทรัพย์สินที่
คู่สมรสผู้ถูกร้องยังมิได้ยื่นไว้ โดยใช้ชื่อบุคคลอื่นถือหุ้นแทน ทั้ง ๓ ครั้ง คือ นายวิชัย ฯ ถือ ๙๙๙,๙๙๔ หุ้น ๆ ละ ๑๐ บาท มูลค่า ๙,๙๙๙,๙๔๐ บาท และนางดนีย์ ฯ ถือ ๑ หุ้น ๆ ละ ๑๐ บาท มูลค่า ๑๐ บาท
๖.๑๓ บริษัทดาต้าโพรเซสซิ่ง โซน ดีเวลลอปเปอร์ จำกัด ตรวจสอบแล้ว มีรายการ
ทรัพย์สินที่คู่สมรสผู้ถูกร้องยังมิได้ยื่นไว้ โดยใช้ชื่อบุคคลอื่นถือหุ้นแทน ทั้ง ๓ ครั้ง คือ นางสาวดวงตา ฯ
ถือ ๓,๐๐๐ หุ้น นายชัยรัตน์ ฯ ถือ ๔๕๐ หุ้น นายสวัสดิ์ ฯ ถือ ๔๕๐ หุ้น นายวันชัย ฯ ถือ ๕๐ หุ้น
นางสาวบุญชู ฯ ถือ ๕๐ หุ้น และนายพรทิพย์ ฯ ถือ ๓,๐๐๐ หุ้น รวม ๗,๐๐๐ หุ้น ๆ ละ ๑๐๐ บาท
เป็นเงิน ๗๐๐,๐๐๐ บาท
นอกจากนี้ ยังมีหุ้นในชื่อของผู้ถูกร้องและคู่สมรส ซึ่งมีจำนวนเล็กน้อย โดยเลขานุการของ
ผู้ถูกร้องและของคู่สมรส ไม่ทราบว่า มีหุ้นในบริษัท บริษัทไฟว์สตาร์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด บริษัทผลิต
ไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ นครหลวงเครดิต จำกัด (มหาชน) บริษัทยูไนเต็ดมอเตอร์
เวิกส์ (สยาม) จำกัด (มหาชน) และบริษัทวีดีโอ ลิ้งค์ จำกัด ในปี ๒๕๓๘ บริษัทถูกฟ้องในคดีแพ่ง จึงดูเหมือนว่า บริษัทยังคงดำรงอยู่ ดังนั้น เพื่อความสมบูรณ์ ผู้ถูกร้องขอแจ้งรายการทรัพย์สินของผู้ถูกร้อง
๑๖๒ หุ้น ๆ ละ ๑,๐๐๐ บาท มูลค่า ๑๖๒,๐๐๐ บาท และคู่สมรสผู้ถูกร้อง ๖,๖๔๒ หุ้น ๆ ละ ๑,๐๐๐ บาท
มูลค่า ๖,๖๔๒,๐๐๐ บาท
มูลเหตุที่คู่สมรสผู้ถูกร้องใช้ชื่อบุคคลอื่นเข้าถือหุ้นแทน มีหลายประการ เช่น (๑) บางบริษัทซื้อกิจการมานั้น ยังมีภาระหนี้ค้างชำระในสถาบันการเงิน มีภาระหนี้ที่ค้ำประกันหนี้ของบริษัทอื่น และอยู่ระหว่างการจัดการขายทรัพย์สินของ ปรส. จึงให้กลุ่มบุคคลอื่นถือหุ้นแทน เพื่อมิให้กระทบชื่อเสียง และมิให้มีชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องในขั้นตอนการประนอมหนี้ (๒) บางบริษัท ผู้ถือหุ้นเดิมเดือดร้อนขอความช่วยเหลือทางการเงิน และไม่ประสงค์ให้สาธารณะทราบว่า คู่สมรสผู้ถูกร้องได้ช่วยเหลือ (๓) บางบริษัทร่วมทุนกับบุคคลภายนอก จึงเพิ่มจำนวนผู้ถือหุ้นเพื่อให้มีเสียงข้างมากในการลงมติของผู้ถือหุ้น (๔) บางบริษัทจัดตั้งใหม่ เพื่อรองรับงานการว่าจ้างต่อจากบริษัทซึ่งคู่สมรสผู้ถูกร้องเข้าไปซื้อหุ้น เพื่อช่วยเหลือผู้ถือหุ้นเดิม แต่เป็นบริษัทที่ไม่อยู่ในสายการประกอบธุรกิจของคู่สมรสผู้ถูกร้อง (๕) บางบริษัทกำลังจะหยุดดำเนินกิจการ และ (๖) บางบริษัทเพื่อให้มีผู้ถือหุ้นครบเจ็ดคนตามที่กฎหมายกำหนด การใช้ชื่อบุคคลอื่นถือหุ้นแทนคู่สมรสผู้ถูกร้องนั้น กระทำมาเมื่อกิจการได้ขยายวงกว้างออกไปมาก และ เป็นเรื่องปกติของการ
ดำเนินธุรกิจ มิใช่เพื่อประโยชน์ทางการเมือง
ผู้ถูกร้องชี้แจงเพิ่มเติมว่า (๑) ทรัพย์สินดังกล่าวเป็นของคู่สมรสผู้ถูกร้องที่ได้มาในทางธุรกิจการค้าปกติ และใช้ชื่อบุคคลอื่นถือไว้แทน ด้วยเหตุผลทางธุรกิจ ในการประกอบธุรกิจกระทำเป็นปกติวิสัย หากผู้ถูกร้องหรือเลขานุการผู้ถูกร้องทราบข้อเท็จจริงดังกล่าว และทราบว่า โดยข้อกฎหมายแล้ว จำเป็น
ต้องยื่น แม้มีในชื่อบุคคลอื่นก็จะต้องยื่น เพราะล้วนเป็นทรัพย์สินที่มีอยู่จริง และได้มาโดยสุจริต ทรัพย์สิน
ส่วนใหญ่มีมาก่อนที่ผู้ถูกร้องเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมือง แม้จะดูมาก แต่ก็น้อย เมื่อเทียบกับทรัพย์สิน
ทั้งหมดที่ผู้ถูกร้องและคู่สมรสแจ้งไว้ ไม่มีเหตุผลที่จะต้องปกปิด (๒) เนื่องจากผู้ถูกร้องมีธุรกิจมากกว่า
หกสิบบริษัท เป็นการยากที่จะทราบว่า มีหุ้นบริษัทใด เท่าใด เมื่อคู่สมรสผู้ถูกร้องหรือเลขานุการแจ้งมา
เท่าใด ผู้ถูกร้องก็แจ้งเท่านั้น ไม่มีเหตุที่จะสงสัย เพราะเชื่อถือกัน ไม่เคยติดใจที่จะตรวจสอบอย่างละเอียด (๓) คู่สมรสผู้ถูกร้องและเลขานุการไม่คุ้นเคยกับระบบราชการ เข้าใจว่า แจ้งเฉพาะทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของ
คู่สมรสผู้ถูกร้องก็เพียงพอแล้ว เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญก็เพื่อป้องกันมิให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกระทำการทุจริตต่อหน้าที่ จึงไม่อาจถือว่า เป็นการจงใจยื่นบัญชี ฯ ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ส่วนผู้ถูกร้อง
มิได้ทราบถึงข้อเท็จจริงดังกล่าว ขณะยื่นบัญชี ฯ (๔) ช่วงที่ผู้ถูกร้องยื่นบัญชี ฯ ในครั้งที่ ๑ และครั้งที่ ๒
เป็นช่วงที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเริ่มใช้บังคับ บุคคลทั่วไปรวมผู้ถูกร้องยังเข้าใจไม่ชัดเจน ระเบียบว่าด้วย
การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. พ.ศ. ๒๕๔๑ ยัง มิได้ออกใช้บังคับ ส่วนการยื่นบัญชี ฯ ครั้งที่ ๓ ระเบียบ ฯ ดังกล่าวออกใช้บังคับประมาณห้าเดือนแล้ว แต่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ ใช้บังคับเมื่อ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๒ การยื่นบัญชี ฯ เมื่อพ้นตำแหน่งเป็นเวลาครบหนึ่งปีเป็นเรื่องใหม่ จึงอาศัยความเข้าใจเดิม โดยเฉพาะเลขานุการของผู้ถูกร้องและของคู่สมรสเข้าใจว่า การยื่นบัญชี ฯ ครั้งที่ ๓ เป็นเพียงการนำเอาบัญชี ฯ สองครั้งแรกมาปรับปรุงรายการที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงตามข้อเท็จจริงที่มีอยู่ในขณะนั้น (๕) ทรัพย์สินที่เป็นหุ้นที่คู่สมรสผู้ถูกร้องซื้อมาและใช้ชื่อบุคคลอื่นถือแทนนั้น ซื้อขายโดยถูกต้อง ชำระค่าหุ้นจากบัญชีกระแสรายวันเลขที่ ๑๑๑-๓๐๒-๐๓๐๑ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สำนักรัชโยธิน โดยวิธีตัดโอนเงินอัตโนมัติจากบัญชีฝาก
ออมทรัพย์ เลขที่ ๑๑๑-๘๐๐๐๐๕๖๑๖๔ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สำนักรัชโยธิน (๖) หุ้นบริษัทในส่วนที่ถือครองโดยใช้ชื่อบุคคลอื่น บริษัทนั้นประกอบกิจการโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่นหรือรัฐ และ (๗) โดยรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การป้องกันและปราบปรามการทุจริต ฯ และระเบียบ ฯ กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีหน้าที่ยื่นบัญชี ฯ ของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วย การที่ผู้ถูกร้องแจ้งทรัพย์สินของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มิได้รู้ข้อเท็จจริงว่า มีทรัพย์สินบางรายการที่ยังไม่ปรากฏในบัญชี ฯ ที่ยื่นไว้ เพราะคู่สมรสผู้ถูกร้องมิได้แจ้งให้ทราบ จึงเป็นไปไม่ได้ว่า ผู้ถูกร้องจงใจยื่นบัญชี ฯ ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ
หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ ผู้ถูกร้องยืนยันว่า มิได้จงใจยื่นบัญชี ฯ ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และขอถือหนังสือชี้แจงทั้งสามฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของการยื่น
บัญชี ฯ ของผู้ถูกร้องและคู่สมรส
๗. หลักทรัพย์บริษัทที่ผู้ถูกร้อง และ/หรือคู่สมรสใช้ชื่อบุคคลอื่นถือแทนอาจสรุปได้ดังนี้
|