| |||
|
วันนี้ (วันที่ 29 สิงหาคม 2545) ที่สำนักงาน ป.ป.ช. ได้มีการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยมีนายโอภาส อรุณินท์ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธาน ผลการประชุมพิจารณามีเรื่องสำคัญที่ควรแถลงให้สื่อมวลชนทราบ คือ เรื่องการตรวจสอบความถูกต้องและความมีอยู่จริงของทรัพย์สินและหนี้สินของนายพิเชษฐ สถิรชวาล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งได้ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ตามมาตรา 291 และมาตรา 292ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กล่าวคือ นายพิเชษฐ สถิรชวาล ได้ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ตั้งแต่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มีผลใช้บังคับ จนถึงปัจจุบัน รวม 9 ครั้ง ดังนี้ ครั้งที่ 1 กรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 2 กรณีเข้ารับตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และกรณีพ้นจากตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทย (เป็นบัญชีเดียวกัน) ครั้งที่ 3 กรณีพ้นจากตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แล้วหนึ่งปี ครั้งที่ 4 กรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 5 กรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (แบบบัญชีรายชื่อ) ครั้งที่ 6 กรณีเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ครั้งที่ 7 กรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (แบบบัญชีรายชื่อ) ครั้งที่ 8 กรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วหนึ่งปี ครั้งที่ 9 กรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วหนึ่งปี (แบบบัญชีรายชื่อ) จากการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินที่ได้ยื่นแสดงดังกล่าว พบว่า นายพิเชษฐ สถิรชวาล มิได้แสดงรายการหนี้สินของตน คือ รายการหนี้สินที่มีกับธนาคารเครดิต อะกริกอล อินโดสุเอซ จำนวน 48,987,128.24 บาท ซึ่งเป็นหนี้ร่วมกับลูกหนี้รายอื่น อีก 4 คน ตามคำพิพากษา ศาลฎีกา เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2539 ในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่ยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้ง 9 ครั้งดังกล่าวแต่อย่างใด และปรากฏว่าหลังจากที่ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาแล้ว เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการยึดทรัพย์สินของนายพิเชษฐ สถิรชวาล เป็นที่ดินมีโฉนด จำนวน 4 แปลง แต่มีการร้องขัดทรัพย์ จำนวน 2 แปลง และร้องขอกันส่วนที่ดิน จำนวน 2 แปลง นายพิเชษฐ สถิรชวาลได้ชี้แจงถึงเหตุผลที่มิได้ยื่นแสดงรายการหนี้สินตามคำพิพากษาดังกล่าวเพียงว่า ไม่ทราบจำนวนหนี้ที่แท้จริง เนื่องจากไม่ทราบว่าธนาคารเครดิต อะกริกอล อินโดสุเอซ ได้บังคับเอากับลูกหนี้รายอื่นเป็นจำนวนเท่าใด และขณะนี้อยู่ระหว่างทำการร้องขัดทรัพย์ ทำให้ไม่สามารถที่จะแสดงมาในบัญชีได้ เพราะจะมีผลกระทบในการต่อสู้คดีในชั้นศาล คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่า นายพิเชษฐ สถิรชวาล ได้ทราบ ถึงการเป็นหนี้จำนวนดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2539 แล้ว นอกจากนั้น ในการบังคับคดีก็ได้ มีการนำยึดทรัพย์สินเพื่อชำระหนี้ และได้มีการร้องขัดทรัพย์ ซึ่งยิ่งแสดงให้เห็นถึงการรับรู้ รับทราบของการเป็นหนี้ คำชี้แจงที่ว่า ไม่สามารถแจ้งรายการหนี้สินนี้ได้ เพราะจะมีผลกระทบในการต่อสู้คดีในชั้นศาล เป็นการยอมรับว่าเจตนาที่จะปกปิดรายการหนี้สินจำนวนนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ ว่า นายพิเชษฐ สถิรชวาล จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน กรณีเข้ารับตำแหน่ง กรณีพ้นจากตำแหน่ง และกรณีพ้นจากตำแหน่งแล้วหนึ่งปี รวม 9 ครั้งแล้วแต่กรณี ด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้ง ให้ทราบ ให้เสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาด ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 295 และตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 34 ต่อไป
|