หมวด ๕
ตลาดหลักทรัพย์
ส่วนที่ ๑
การจัดตั้ง
มาตรา ๑๕๓ ให้จัดตั้งตลาดหลักทรัพย์ขึ้นเรียกว่า "ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย" มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการตลาดหลักทรัพย์โดยไม่นำผลกำไรมาแบ่งปันกันดังนี้
(๑) จัดให้มีการให้บริการเป็นศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนรวมตลอดถึงการจัดระบบและวิธีการซื้อขายหลักทรัพย์ในศูนย์ดังกล่าว
(๒) ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับตลาดหลักทรัพย์ อันได้แก่ ธุรกิจให้บริการเกี่ยวกับหลักทรัพย์จดทะเบียนโดยเป็นสำนักหักบัญชี ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ นายทะเบียนหลักทรัพย์ ธุรกิจให้บริการด้านข้อมูลเกี่ยวกับหลักทรัพย์ หรือธุรกิจทำนองเดียวกัน
(๓) ประกอบธุรกิจอื่นใดนอกจาก (๑) และ (๒) โดยได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต.
ตลาดหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่งให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล
มาตรา ๑๕๔ ให้ตลาดหลักทรัพย์มีอำนาจกระทำการต่าง ๆ ภายในขอบแห่งวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๑๕๓ อำนาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง
(๑) จัดให้ได้มา ถือกรรมสิทธิ์ มีทรัพยสิทธิต่าง ๆ ครอบครอง เช่า หรือให้เช่าเช่าซื้อหรือให้เช่าซื้อ โอนหรือรับโอนสิทธิการเช่าหรือสิทธิการเช่าซื้อ จำนองหรือรับจำนอง ขายหรือจำหน่าย ด้วยวิธีอื่นใดซึ่งสังหาริมทรัพย์หรืออสังหาริมทรัพย์
(๒) กู้ยืมเงินหรือให้กู้ยืมเงินและลงทุนหาผลประโยชน์
มาตรา ๑๕๕ ห้ามมิให้บุคคลใดประกอบกิจการตลาดหลักทรัพย์หรือกิจการที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน นอกจากตลาดหลักทรัพย์ที่ได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๑๕๖ ห้ามมิให้บุคคลใดนอกจากตลาดหลักทรัพย์ ใช้ชื่อหรือคำแสดงชื่อในธุรกิจว่า "ตลาดหลักทรัพย์" หรือ "ตลาดหุ้น" หรือคำอื่นใดที่มีความหมายเช่นเดียวกัน
มาตรา ๑๕๗ หลักทรัพย์ที่จะซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ต้องเป็นหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนตามส่วนที่ ๔ แห่งหมวดนี้
มาตรา ๑๕๘ บริษัทหลักทรัพย์ที่จะทำการเป็นนายหน้าหรือตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ ต้องเป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์
ส่วนที่ ๒
คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์
มาตรา ๑๕๙ ให้มีคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์คณะหนึ่งประกอบด้วยบุคคลซึ่งคณะกรรมการ ก.ล.ต.แต่งตั้งจำนวนไม่เกินห้าคน กับบุคคลซึ่งสมาชิกตามมาตรา ๑๕๘ เลือกตั้งอีกจำนวนไม่เกินห้าคน เป็นกรรมการ และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์โดยตำแหน่ง
บุคคลซึ่งคณะกรรมการ ก.ล.ต.แต่งตั้งตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์ในกิจการตลาดหลักทรัพย์ ธุรกิจหลักทรัพย์ หรือธุรกิจการเงินเป็นอย่างดี และอย่างน้อยหนึ่งคนต้องเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์เลือกกรรมการตลาดหลักทรัพย์คนหนึ่งนอกจากผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เป็นประธานกรรมการ และจะเลือกกรรมการตลาดหลักทรัพย์อีกคนเป็นรองประธานกรรมการด้วยก็ได้
มาตรา ๑๖๐ กรรมการตลาดหลักทรัพย์ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
(๑) มีสัญชาติไทย
(๒) ไม่เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย
(๓) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๔) ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ ข้าราชการการเมือง หรือพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ หรือของราชการส่วนท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องซึ่งได้รับเลือกตั้ง
(๕) ไม่เป็นผู้ที่พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากคณะกรรมการ ก.ล.ต.มีมติให้ออก
มาตรา ๑๖๑ ให้กรรมการตลาดหลักทรัพย์นอกจากผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ดำรงตำแหน่งคราวละสองปี แต่ในวาระเริ่มแรกเมื่อครบกำหนดหนึ่งปีให้กรรมการตลาดหลักทรัพย์ซึ่งคณะกรรมการ ก.ล.ต. แต่งตั้งและกรรมการตลาดหลักทรัพย์ซึ่งสมาชิกเลือกตั้งออกจากตำแหน่งฝ่ายละสองคนโดยวิธีจับสลาก และให้ถือว่าการออกจากตำแหน่งโดยการจับสลากเป็นการออกตามวาระด้วย
กรรมการตลาดหลักทรัพย์ที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งหรือเลือกตั้งได้อีกแต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้
มาตรา ๑๖๒ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการตลาดหลักทรัพย์พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) คณะกรรมการ ก.ล.ต.มีมติให้ออก
(๔) เป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖๐
เมื่อกรรมการตลาดหลักทรัพย์พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้คณะกรรมการก.ล.ต. แต่งตั้งหรือสมาชิกตามมาตรา ๑๕๘ เลือกตั้งบุคคลอื่นเป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์แทนแล้วแต่กรณี
มาตรา ๑๖๓ ให้นำความในมาตรา ๑๐ วรรคสอง มาตรา ๑๑ วรรคสอง มาตรา ๑๒และมาตรา ๑๓ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๑๖๔ ให้กรรมการตลาดหลักทรัพย์เป็นผู้แต่งตั้งผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์โดยให้ได้รับเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นตามที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กำหนด
ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละไม่เกินสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้
มาตรา ๑๖๕ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ต้อง
(๑) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖๐
(๒) เป็นผู้สามารถปฏิบัติงานเต็มเวลาให้แก่ตลาดหลักทรัพย์
มาตรา ๑๖๖ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) มีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์
(๔) คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์มีมติให้ออก
(๕) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖๐
มติคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ที่ให้ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ออกจากตำแหน่งต้องประกอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมดโดยไม่นับผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์
มาตรา ๑๖๗ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์มีหน้าที่บริหารกิจการของตลาดหลักทรัพย์ให้เป็นไปตามนโยบายและระเบียบข้อบังคับของคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ และมีอำนาจบังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้างของตลาดหลักทรัพย์
ในการบริหารกิจการ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์
มาตรา ๑๖๘ ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เป็นผู้แทนของตลาดหลักทรัพย์ และเพื่อการนี้ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์จะมอบหมายให้บุคคลใด ๆ ปฏิบัติกิจการบางอย่างแทนโดยไม่ขัดต่อระเบียบหรือข้อบังคับที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กำหนดไว้ก็ได้
การมอบหมายตามวรรคหนึ่งให้ทำเป็นหนังสือ
มาตรา ๑๖๙ เมื่อตำแหน่งผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ว่างลงหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แต่งตั้งกรรมการตลาดหลักทรัพย์หรือพนักงานของตลาดหลักทรัพย์คนใดคนหนึ่งเป็นผู้ทำการแทนเป็นการชั่วคราวได้ ในการนี้ ให้ผู้ทำการแทนมีอำนาจและหน้าที่เช่นเดียวกับผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์
มาตรา ๑๗๐ ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์มีอำนาจหน้าที่วางนโยบายควบคุมดูแลการดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์ และปฏิบัติการอื่นใดเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่งให้รวมถึงการกำหนดระเบียบหรือข้อบังคับในเรื่องดังต่อไปนี้
(๑) หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการเกี่ยวกับการรับและเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียน
(๒) อัตราค่าธรรมเนียมในการปฏิบัติหน้าที่เป็นนายหน้าหรือตัวแทนในการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียน
(๓) หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกในตลาดหลักทรัพย์ การเลือกตั้งกรรมการตลาดหลักทรัพย์ตามมาตรา ๑๕๙ จำนวน วิธีการรับ คุณสมบัติ สิทธิและหน้าที่ วินัย การลงโทษ การประชุม ตลอดจนการโอนและการพ้นจากสมาชิกภาพของสมาชิกตลาดหลักทรัพย์
(๔) การกำหนดเกี่ยวกับค่าเข้าเป็นสมาชิก ค่าบำรุง เงินประกัน และค่าบริการต่าง ๆที่สมาชิกจะพึงจ่ายให้แก่ตลาดหลักทรัพย์
(๕) หลักเกณฑ์เกี่ยวกับข้อกำหนดเพิ่มเติมในการบัญชีและการสอบบัญชีโดยไม่ขัดต่อมาตรฐานที่กำหนดโดยสถาบันวิชาชีพซึ่งหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องให้การรับรอง
(๖) การประกาศรายชื่อผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ให้ทำการสอบบัญชีของบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
(๗) หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการเกี่ยวกับการจัดทำทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์จดทะเบียน การเปิดเผยฐานะการเงิน และผลการดำเนินงานของบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
(๘) หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการเกี่ยวกับการทำสัญญาเป็นนายหน้าหรือตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ให้แก่ลูกค้าและบริษัทหลักทรัพย์ที่มิใช่สมาชิก
(๙) หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ การอนุญาตให้สมาชิกซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนนอกตลาดหลักทรัพย์และการชำระราคาและการส่งมอบหลักทรัพย์จดทะเบียนที่ได้มีการซื้อหรือขายในตลาดหลักทรัพย์
(๑๐) หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการเกี่ยวกับการห้ามซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราว
(๑๑) หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการเกี่ยวกับการเข้าไปตรวจสอบเอกสารและสมุดบัญชีของสมาชิกตลาดหลักทรัพย์
(๑๒) เวลาทำการประจำวันและวันหยุดทำการสำหรับการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์
(๑๓) หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการเกี่ยวกับการจัดทำและเปิดเผยรายงานการถือหลักทรัพย์ รวมทั้งกำหนดระยะเวลาการรับรองการโอนหลักทรัพย์และการออกใบหลักทรัพย์
(๑๔) การบรรจุ แต่งตั้ง ถอดถอน พนักงานและลูกจ้าง วินัย การลงโทษพนักงานและลูกจ้างของตลาดหลักทรัพย์ ตลอดจนการร้องทุกข์และระเบียบวิธีปฏิบัติงานของตลาดหลักทรัพย์
(๑๕) การกำหนดตำแหน่ง อัตราเงินเดือน ค่าจ้างและเงินบำเหน็จรางวัลพนักงานและลูกจ้างของตลาดหลักทรัพย์
(๑๖) การสงเคราะห์พนักงานและลูกจ้าง หรือผู้พ้นจากการเป็นพนักงานและลูกจ้างของตลาดหลักทรัพย์ ตลอดจนครอบครัวของบุคคลเหล่านั้น
(๑๗) การอื่นใดที่จำเป็นต่อการดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์
การกำหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงระเบียบหรือข้อบังคับตาม (๒) (๓) (๔) (๘) (๙) (๑๐)(๑๑) และ (๑๒) ต้องรับฟังความเห็นจากที่ประชุมสมาชิกก่อน และการกำหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงระเบียบหรือข้อบังคับตาม (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) (๑๑) และ (๑๗) เมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต.แล้ว จึงให้ใช้บังคับได้
มาตรา ๑๗๑ ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) รับหลักทรัพย์ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการเกี่ยวกับการรับหลักทรัพย์จดทะเบียนตามมาตรา ๑๗๐ (๑) เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน
(๒) ห้ามการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนรายใดรายหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราว โดยกำหนดระยะเวลาตามที่เห็นสมควร
(๓) ห้ามสมาชิกรายใดรายหนึ่งเข้าทำการซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนรายใดรายหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราว โดยกำหนดระยะเวลาตามที่เห็นสมควร
(๔) เพิกถอนการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการเกี่ยวกับการเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียนตามมาตรา ๑๗๐ (๑)
การสั่งรับหลักทรัพย์หรือเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียน ให้ตลาดหลักทรัพย์ประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานที่ทำการของตลาดหลักทรัพย์และเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปทราบก่อนวันที่หลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นหรือถูกเพิกถอนการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน
มาตรา ๑๗๒ เพื่อให้การดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์เป็นไปโดยเรียบร้อยหรือเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ลงทุน ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์มีอำนาจสั่งให้บริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์กระทำการหรืองดเว้นกระทำการในเรื่องใด ๆ ตามความจำเป็นและสมควร
ในกรณีที่บริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฝ่าฝืนคำสั่งของคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์จะใช้อำนาจตามมาตรา ๑๗๑ (๒) หรือ (๔) ก็ได้
มาตรา ๑๗๓ ในกรณีที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์เพิกถอนการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนเนื่องจากบริษัทฝ่าฝืนคำสั่งตามมาตรา ๑๗๒ ให้บุคคลผู้ถือหลักทรัพย์ที่ถูกเพิกถอนนั้นมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากกรรมการ ผู้จัดการหรือบุคคลผู้ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทผู้เป็นต้นเหตุแห่งการฝ่าฝืนคำสั่งดังกล่าว
บุคคลผู้ถือหลักทรัพย์ที่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายตามวรรคหนึ่งต้องเป็นผู้ได้หลักทรัพย์นั้นมาก่อนการเพิกถอนและมิได้มีส่วนร่วมหรือให้ความเห็นชอบหรืออนุมัติแก่การฝ่าฝืนเช่นว่านั้น
มาตรา ๑๗๔ ความรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามมาตรา ๑๗๓ ให้เป็นจำนวนเงินเท่ากับมูลค่าที่ลดลงจากราคาขายครั้งสุดท้ายในตลาดหลักทรัพย์ของหลักทรัพย์นั้น
มาตรา ๑๗๕ ให้ตลาดหลักทรัพย์มีอำนาจฟ้องร้องบังคับคดีเรียกค่าเสียหาย ตามมาตรา ๑๗๔ เพื่อประโยชน์ของผู้ถือหลักทรัพย์ทั้งปวง
มาตรา ๑๗๖ ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์มีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการตลาดหลักทรัพย์เพื่อดำเนินกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งของตลาดหลักทรัพย์ตามที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์มอบหมายได้ และให้นำความในมาตรา ๑๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ให้คณะอนุกรรมการตลาดหลักทรัพย์ได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กำหนด
มาตรา ๑๗๗ ให้ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการตลาดหลักทรัพย์ได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่ที่ประชุมสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์กำหนด
ส่วนที่ ๓
การดำเนินงาน
มาตรา ๑๗๘ ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์เสนองบดุลและบัญชีรายได้รายจ่ายประจำปีซึ่งผู้สอบบัญชีรับรองต่อที่ประชุมสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ภายในสี่เดือนนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน
มาตรา ๑๗๙ ให้ที่ประชุมสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์แต่งตั้งผู้สอบบัญชีจากบุคคลที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์เสนอ และให้ได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่ที่ประชุมสมาชิกกำหนด
ผู้สอบบัญชีต้องเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชีและไม่เป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ พนักงานหรือลูกจ้างของตลาดหลักทรัพย์
มาตรา ๑๘๐ ให้ผู้สอบบัญชีมีอำนาจตรวจสอบสรรพสมุดบัญชี และเอกสารหลักฐานของตลาดหลักทรัพย์ และขอคำชี้แจงจากกรรมการตลาดหลักทรัพย์ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์พนักงานหรือลูกจ้างของตลาดหลักทรัพย์ได้
มาตรา ๑๘๑ ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ยื่นงบดุลและบัญชีรายได้รายจ่ายประจำปีตลอดจนทำรายงานและจัดส่งเอกสารต่อสำนักงานตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด
มาตรา ๑๘๒ ให้ตลาดหลักทรัพย์จ่ายเงินให้แก่สำนักงานเพื่อเป็นการอุดหนุนตามอัตราที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด
มาตรา ๑๘๓ ให้ตลาดหลักทรัพย์หรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ มีอำนาจเปิดเผยข้อมูลของบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ ให้แก่ประชาชนทั่วไปได้ทราบเพื่อคุ้มครองประโยชน์หรือส่วนได้เสียของประชาชน ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กำหนด
มาตรา ๑๘๔ การซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ให้กระทำได้โดยบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์
ในการซื้อหรือการขายหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง สมาชิกจะกระทำการเป็นนายหน้าหรือตัวแทนของบุคคลใด ๆ หรือของบริษัทหลักทรัพย์ที่มิได้เป็นสมาชิกก็ได้
มาตรา ๑๘๕ ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนนอกตลาดหลักทรัพย์ไม่ว่าจะเป็นการซื้อหรือขายในฐานะนายหน้าหรือตัวแทนหรือในนามของสมาชิกเอง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากตลาดหลักทรัพย์
มาตรา ๑๘๖ เพื่อป้องกันความเสียหายอันอาจเกิดแก่ประโยชน์ของประชาชนหรือเศรษฐกิจของประเทศ ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต.มีอำนาจ
(๑) ห้ามการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนทั้งหมดในตลาดหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราวโดยกำหนดระยะเวลาตามที่เห็นสมควร
(๒) สั่งให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์หรือผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์กระทำการหรืองดเว้นกระทำการอื่นใดตามที่เห็นสมควร
การดำเนินการตาม (๑) ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต.ทำเป็นหนังสือและประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานที่ทำการของตลาดหลักทรัพย์ พร้อมทั้งรายงานให้รัฐมนตรีทราบโดยเร็ว ในการนี้ให้รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงการสั่งการดังกล่าวได้
มาตรา ๑๘๗ ในกรณีที่มีเหตุขัดข้องอันเนื่องมาแต่เครื่องอุปกรณ์ที่ใช้ในระบบซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ซึ่งเป็นผลให้ไม่อาจซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ตามปกติ ให้ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์มีอำนาจสั่งหยุดการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมดเป็นการชั่วคราวได้ แต่ต้องรายงานเหตุดังกล่าวโดยละเอียดต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต.ในทันที
มาตรา ๑๘๘ เมื่อสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์รายใดพ้นจากสมาชิกภาพ ตลาดหลักทรัพย์ต้องอนุญาตให้สมาชิกนั้นซื้อขายหลักทรัพย์รายการที่ค้างอยู่ให้แล้วเสร็จ
ส่วนที่ ๔
หลักทรัพย์จดทะเบียน
มาตรา ๑๘๙ บุคคลใดประสงค์จะนำหลักทรัพย์ที่ตนออกไปซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์จะต้องนำหลักทรัพย์นั้นไปจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์
เมื่อตลาดหลักทรัพย์ได้รับคำขอจดทะเบียนแล้ว ให้พิจารณาและเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์เพื่อสั่งรับหรือไม่รับเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน
มาตรา ๑๙๐ การซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนหรือการยึดถือหรือส่งคืนหลักทรัพย์ดังกล่าวที่เป็นประกันการชำระหนี้เงินกู้ตามมาตรา ๑๙๕ หรือกรณีอื่นตามที่คณะกรรมการก.ล.ต.กำหนด ให้ใช้หลักทรัพย์ของนิติบุคคลเดียวกันหรือของโครงการจัดการกองทุนรวมเดียวกันประเภทและชนิดเดียวกัน และจำนวนเท่ากันแทนกันได้
มาตรา ๑๙๑ ให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนจัดให้มีทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กำหนด
การจัดให้มีทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จะมอบให้ตลาดหลักทรัพย์ หรือผู้ได้รับใบอนุญาตให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ตามมาตรา ๒๒๑ เป็นผู้ดำเนินการแทนก็ได้
มาตรา ๑๙๒ ในกรณีที่มีผู้ถือหุ้นของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนใดซึ่งมีจำนวนรวมกันไม่ต่ำกว่าร้อยละยี่สิบห้าของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทนั้นร้องขอต่อตลาดหลักทรัพย์เพื่อให้ตลาดหลักทรัพย์รับเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ดังกล่าวให้ตลาดหลักทรัพย์รับเป็นนายทะเบียนตามคำขอนั้น และให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ดำเนินการส่งมอบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ตลาดหลักทรัพย์ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ตลาดหลักทรัพย์แจ้งการรับเป็นนายทะเบียนต่อบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ เมื่อพ้นกำหนดดังกล่าวแล้วบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ดังกล่าวจะทำหน้าที่นายทะเบียนต่อไปไม่ได้
มาตรา ๑๙๓ ในกรณีที่บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนจะงดรับการลงทะเบียนการโอนหลักทรัพย์ชนิดระบุชื่อผู้ถือก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น และได้มีผู้ถือหลักทรัพย์ขอลงทะเบียนการโอนไว้ก่อนวันงดรับการลงทะเบียนดังกล่าว บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนจะต้องดำเนินการโอนหลักทรัพย์นั้นให้แล้วเสร็จก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้นนั้น
มาตรา ๑๙๔ ห้ามมิให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนจ่ายเงินปันผลหรือผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นแก่บุคคลที่มิได้ลงทะเบียนเป็นผู้ถือหลักทรัพย์ และในกรณีที่หลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นหุ้น ห้ามมิให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนดังกล่าวยอมให้บุคคลนั้นออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมผู้ถือหุ้น
มาตรา ๑๙๕ ในกรณีที่เจ้าของหลักทรัพย์มีสัญญาให้บริษัทหลักทรัพย์ยึดถือหลักทรัพย์จดทะเบียนที่ซื้อในตลาดหลักทรัพย์ไว้เป็นประกันการชำระหนี้เงินกู้อันเนื่องมาจากการที่บริษัทหลัทรัพย์ซื้อหลักทรัพย์ดังกล่าวแทนตนบริษัทหลักทรัพย์ต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
(๑) จัดให้มีบัญชีหลักทรัพย์จดทะเบียนดังกล่าวตามแบบที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนดและต้องลงรายการให้ถูกต้องครบถ้วนและตรงตามความเป็นจริง
(๒) รักษาหลักทรัพย์จดทะเบียนไว้ให้ตรงตามประเภท ชนิด และตามจำนวนสุทธิที่ปรากฏในบัญชีหลักทรัพย์ตาม (๑) อยู่ตลอดเวลา เว้นแต่กรณีที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ประกาศกำหนด และต้องส่งคืนให้แก่ผู้กู้ได้ในทันทีที่ผู้กู้ได้ชำระหนี้เงินกู้ครบถ้วนแล้ว
การยึดถือหลักทรัพย์จดทะเบียนไว้เป็นประกันการชำระหนี้เงินกู้ตามวรรคหนึ่งมิให้นำมาตรา ๗๕๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับ
ให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับการจำนำตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับมาตรานี้และมาตรา ๑๙๖
มาตรา ๑๙๖ การบังคับชำระหนี้เงินกู้จากหลักทรัพย์จดทะเบียนที่บริษัทหลักทรัพย์หรือสถาบันการเงินอื่นได้ยึดถือไว้เป็นประกันการชำระหนี้เงินกู้ ให้ผู้ให้กู้บอกกล่าวเป็นหนังสือไปยังผู้กู้ก่อน เพื่อให้มีการชำระหนี้เงินกู้ภายในเวลาอันควร ถ้าผู้กู้ละเลยไม่ปฏิบัติตามคำบอกกล่าว ผู้ให้กู้มีสิทธินำหลักทรัพย์ที่ยึดถือนั้นไปขายในตลาดหลักทรัพย์ได้ตามวิธีการที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนด
มาตรา ๑๙๗ ในการออกใบหลักทรัพย์ ให้นายทะเบียนหลักทรัพย์มีอำนาจลงลายมือชื่อในใบหลักทรัพย์แทนการลงลายมือชื่อกรรมการของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนได้เมื่อได้รับมอบหมายจากบริษัทดังกล่าว
มาตรา ๑๙๘ บทบัญญัติมาตรา ๑๙๑ มาตรา ๑๙๒ มาตรา ๑๙๓ มาตรา ๑๙๔ มาตรา ๑๙๕และมาตรา ๑๙๖ มิให้ใช้บังคับแก่หลักทรัพย์ดังต่อไปนี้
(๑) พันธบัตรที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ
(๒) ตั๋วเงิน
(๓) หลักทรัพย์อื่นใดตามที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กำหนด
มาตรา ๑๙๙ ให้นำความในมาตรา ๕๑ มาตรา ๕๒ มาตรา ๕๓ และมาตรา ๕๕ รวมทั้งบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้อง มาใช้บังคับแก่การโอนและการจัดทำทะเบียนหลักทรัพย์จดทะเบียนของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนอันมิใช่ตั๋วเงินโดยอนุโลม
ให้นำความในมาตรา ๕๖ มาตรา ๕๗ มาตรา ๕๘ มาตรา ๕๙ มาตรา ๖๑ และมาตรา ๖๒รวมทั้งบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้อง มาใช้บังคับแก่การเปิดเผยข้อมูลและผู้สอบบัญชีของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนอันมิใช่พันธบัตรที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ หรือหลักทรัพย์อื่นใดตามที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กำหนดโดยอนุโลม แต่ในกรณีที่บริษัทดังกล่าวได้จัดทำและส่งรายงานการเปิดเผยข้อมูลต่อสำนักงานตามมาตรา ๕๖ ไว้แล้ว บริษัทจะส่งสำเนารายงานข้อมูลดังกล่าวต่อตลาดหลักทรัพย์ก็ได้ ในกรณีที่บทบัญญัติตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานหรือคณะกรรมการ ก.ล.ต.ให้ถือว่าบทบัญญัติดังกล่าวเป็นการกำหนดอำนาจหน้าที่ของตลาดหลักทรัพย์หรือคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ แล้วแต่กรณี
มาตรา ๒๐๐ ให้งบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนประจำงวดการบัญชีของบริษัทหลักทรัพย์หรือสถาบันการเงินที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่จัดทำตามแบบที่กำหนดไว้ตามมาตรา ๑๐๖ วรรคหนึ่ง หรือกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของสถาบันการเงินนั้น เป็นงบการเงินประจำงวดการบัญชีตามที่กำหนดในมาตรา ๑๙๙ และให้ถือว่าผู้สอบบัญชีซึ่งได้รับความเห็นชอบตามมาตรา ๑๐๖ หรือตามกฎหมายดังกล่าว เป็นผู้สอบบัญชีที่ตลาดหลักทรัพย์ให้ความเห็นชอบ
ส่วนที่ ๕
การชี้ขาดข้อพิพาทเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์
มาตรา ๒๐๑ ในกรณีที่สมาชิกของตลาดหลักทรัพย์มีข้อพิพาทที่เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวเนื่องกับการซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ระหว่างสมาชิกด้วยกันเองหรือระหว่างสมาชิกกับลูกค้าของสมาชิก คู่พิพาทอาจยื่นคำร้องต่อตลาดหลักทรัพย์เพื่อขอให้มีการชี้ขาดข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการ
อนุญาโตตุลาการตามวรรคหนึ่ง ประกอบด้วยบุคคลซึ่งคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แต่งตั้งหนึ่งคนเป็นประธาน และบุคคลซึ่งคู่พิพาทแต่งตั้งอีกฝ่ายละหนึ่งคน
มาตรา ๒๐๒ คำร้องตามมาตรา ๒๐๑ ให้เป็นไปตามแบบที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนด และอย่างน้อยต้องระบุเรื่องดังต่อไปนี้
(๑) ชื่อและที่อยู่ของคู่พิพาท
(๒) ประเด็นข้อพิพาท
(๓) เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
มาตรา ๒๐๓ ให้นำกฎหมายว่าด้วยอนุญาโตตุลาการมาใช้บังคับกับการพิจารณาและชี้ขาดข้อพิพาทตามมาตรา ๒๐๑ โดยอนุโลม
หมวด ๖
ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์และศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ล่วงหน้า
ส่วนที่ ๑
ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์
มาตรา ๒๐๔ บริษัทหลักทรัพย์รวมกันไม่น้อยกว่าสิบห้ารายอาจขอรับใบอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต.จัดตั้งศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์เพื่อให้บริการเป็นศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ที่มิได้เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้
มาตรา ๒๐๕ การขอรับใบอนุญาตจัดตั้งศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ตามมาตรา ๒๐๔ ให้ยื่นคำขอต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
(๑) ชื่อของศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์
(๒) ที่ตั้งสำนักงาน
(๓) บริษัทหลักทรัพย์ซึ่งเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้ง
(๔) ทุนและที่มาของทุนในการดำเนินงาน
(๕) ข้อบังคับของศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์
(๖) รายละเอียดอื่นใดตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด
คำขอตามวรรคหนึ่งให้แนบเอกสารหลักฐานข้อตกลงในการจัดตั้งข้อบังคับที่ใช้บังคับกับสมาชิก และหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด
มาตรา ๒๐๖ การขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขและวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
มาตรา ๒๐๗ ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต.มีอำนาจกำหนดค่าธรรมเนียมใบอนุญาตจัดตั้งศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ได้
มาตรา ๒๐๘ ให้ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตแล้วมีฐานะเป็นนิติบุคคล
มาตรา ๒๐๙ ห้ามมิให้บุคคลใดให้บริการเป็นศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์หรือกิจการที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน นอกจากศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตตามส่วนนี้
มาตรา ๒๑๐ เมื่อมีการจัดตั้งศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ตามมาตรา ๒๐๔ แล้ว ให้มีคณะกรรมการศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์คณะหนึ่ง ประกอบด้วยกรรมการที่สมาชิกผู้ก่อตั้งเลือกเข้ามาจำนวนไม่เกินเก้าคน
ให้กรรมการศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์เป็นผู้เลือกประธานกรรมการรองประธานกรรมการ ผู้จัดการศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ และตำแหน่งอื่นตามที่เห็นสมควรจากกรรมการตามวรรคหนึ่ง
ให้ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์แจ้งชื่อและตำแหน่งของกรรมการศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต.ทราบโดยมิชักช้า
มาตรา ๒๑๑ ในกรณีที่ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับที่ใช้กับสมาชิกให้ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์รายงานการแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับดังกล่าวให้สำนักงานทราบโดยไม่ชักช้า
มาตรา ๒๑๒ ในกรณีที่ปรากฏต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต.ว่าข้อบังคับของศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ที่ใช้บังคับกับสมาชิกอาจก่อให้เกิดความเสียหาย หรือกระทบกระเทือนต่อสิทธิประโยชน์ของประชาชนให้คณะกรรมการ ก.ล.ต.มีอำนาจสั่งให้ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับดังกล่าวได้
มาตรา ๒๑๓ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ต้องจัดให้สมาชิกผูกพันว่าจะปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือตามระเบียบหรือข้อบังคับของศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์นั้น หรือตามระเบียบหรือข้อบังคับที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด หากสมาชิกใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์นั้นต้องลงโทษสมาชิกดังกล่าว
โทษตามวรรคหนึ่ง ได้แก่
(๑) ภาคทัณฑ์
(๒) ปรับ
(๓) ห้ามมิให้ซื้อขายหลักทรัพย์ในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์นั้นเป็นการชั่วคราว
(๔) ให้พ้นจากสมาชิกภาพ
มาตรา ๒๑๔ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ย่อมเลิกกันด้วยเหตุดังต่อไปนี้
(๑) ถ้าในข้อตกลงในการจัดตั้งศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์มีกำหนดกรณีอันใดเป็นเหตุที่จะเลิกกัน เมื่อมีกรณีนั้น
(๒) ที่ประชุมสมาชิกมีมติให้เลิก
(๓) ถ้าจำนวนสมาชิกลดน้อยลงจนเหลือไม่ถึงสิบห้าราย และคณะกรรมการ ก.ล.ต.มีมติให้เลิก
(๔) ล้มละลาย
(๕) คณะกรรมการ ก.ล.ต.สั่งให้เลิกเมื่อมีเหตุอันสมควร
การเลิกตาม (๑) และ (๒) จะมีผลต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต.
มาตรา ๒๑๕ เมื่อศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์เลิกกันแล้ว หากข้อตกลงในการจัดตั้งหรือข้อบังคับที่ใช้บังคับกับสมาชิกไม่ได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้แบ่งทรัพย์สินที่เหลืออยู่แก่สมาชิกจำนวนเท่า ๆ กัน
มาตรา ๒๑๖ ให้นำความในมาตรา ๙๑ มาตรา ๑๕๘ มาตรา ๑๖๐ มาตรา ๑๖๑ มาตรา ๑๖๒มาตรา ๑๖๓ มาตรา ๑๘๖ มาตรา ๑๙๐ มาตรา ๑๙๓ มาตรา ๑๙๔ และมาตรา ๑๙๗ รวมทั้งบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้อง มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๒๑๗ ให้นำความในมาตรา ๑๖๗ มาตรา ๑๖๘ มาตรา ๑๗๐ มาตรา ๑๗๑มาตรา ๑๗๒ มาตรา ๑๗๘ มาตรา ๑๗๙ มาตรา ๑๘๐ มาตรา ๑๘๑ มาตรา ๑๘๒ มาตรา ๑๘๓ มาตรา ๑๘๔มาตรา ๑๘๗ มาตรา ๑๘๘ มาตรา ๑๘๙ มาตรา ๑๙๑ มาตรา ๑๙๕ มาตรา ๑๙๖ มาตรา ๑๙๘ มาตรา ๑๙๙มาตรา ๒๐๐ มาตรา ๒๐๑ มาตรา ๒๐๒ และมาตรา ๒๐๓ รวมทั้งบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้องมาใช้บังคับโดยอนุโลม
ในกรณีที่บทบัญญัติตามวรรคหนึ่งกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของตลาดหลักทรัพย์คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์หรือผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ ให้ถือว่าบทบัญญัติดังกล่าวเป็นการกำหนดอำนาจหน้าที่ของศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์หรือคณะกรรมการศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ หรือผู้จัดการศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ แล้วแต่กรณี
ส่วนที่ ๒
ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ล่วงหน้า
มาตรา ๒๑๘ การจัดตั้ง การดำเนินงาน การกำกับและควบคุมกิจการศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ล่วงหน้าให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
หมวด ๗
องค์กรที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์
ส่วนที่ ๑
สำนักหักบัญชี ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ และนายทะเบียนหลักทรัพย์
มาตรา ๒๑๙ ห้ามมิให้บุคคลใดประกอบการเป็นสำนักหักบัญชี เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต.
สำนักหักบัญชี หมายความว่า สถานที่อันเป็นศูนย์กลางการให้บริการเพื่อประโยชน์ในการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ที่ได้มีการซื้อขายกัน รวมทั้งบริการที่เกี่ยวข้อง
มาตรา ๒๒๐ ห้ามมิให้บุคคลใดประกอบการเป็นศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต.
ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ หมายความว่า สถานที่อันเป็นศูนย์กลางการให้บริการรับฝากและถอนหลักทรัพย์ รวมทั้งบริการที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ในการหักบัญชี
มาตรา ๒๒๑ ห้ามมิให้บุคคลใดให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต.
มาตรา ๒๒๒ ให้นำความในมาตรา ๒๐๖ และมาตรา ๒๐๗ รวมทั้งบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้องมาใช้บังคับกับสำนักหักบัญชี ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ และนายทะเบียนหลักทรัพย์โดยอนุโลม
มาตรา ๒๒๓ ในการประกอบการเป็นสำนักหักบัญชี ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ หรือนายทะเบียนหลักทรัพย์ บุคคลที่ประกอบการดังกล่าวต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด
มาตรา ๒๒๔ ในกรณีที่ตลาดหลักทรัพย์จะประกอบการเป็นสำนักหักบัญชี ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์หรือนายทะเบียนหลักทรัพย์ ให้ประกอบการได้โดยมิต้องได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. และให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการก.ล.ต.มีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการในการประกอบการดังกล่าวได้
คำว่า "ตลาดหลักทรัพย์" ตามวรรคหนึ่งและที่จะกล่าวต่อไปในส่วนนี้ให้หมายความรวมถึงบริษัทจำกัดที่ตลาดหลักทรัพย์จัดตั้งขึ้นและถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบห้าของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทจำกัดนั้น
มาตรา ๒๒๕ ในการฝากหลักทรัพย์ไว้กับตลาดหลักทรัพย์ ให้ผู้ฝากหลักทรัพย์จัดทำบัญชีรายชื่อบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของหลักทรัพย์ที่ได้ฝากไว้กับตลาดหลักทรัพย์ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนด และเมื่อรับฝากหลักทรัพย์ดังกล่าวแล้ว ตลาดหลักทรัพย์อาจรับโอนหลักทรัพย์ที่รับฝากไว้ในชื่อของตนในฐานะที่ถือแทนผู้ฝากหลักทรัพย์หรือลูกค้าของผู้ฝากหลักทรัพย์ซึ่งเป็นเจ้าของหลักทรัพย์ก็ได้
ให้สันนิษฐานว่าหลักทรัพย์ที่อยู่ในชื่อของตลาดหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง เป็นหลักทรัพย์ที่ตลาดหลักทรัพย์ถือแทนบุคคลผู้มีชื่อปรากฏในบัญชีรายชื่อดังกล่าวที่ผู้ฝากหลักทรัพย์จัดทำขึ้น ทั้งนี้ ตามชนิด ประเภท และจำนวนที่ปรากฏในบัญชี
ในวันปิดสมุดทะเบียนของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ ให้ตลาดหลักทรัพย์รวบรวมบัญชีหลักทรัพย์ที่รับฝากไว้และรายชื่อบุคคลซึ่งเป็นผู้ถือหลักทรัพย์ดังกล่าวในวันก่อนวันแรกที่ปิดสมุดทะเบียนนั้นจากผู้ฝากหลักทรัพย์ส่งให้แก่นายทะเบียนของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ และให้ถือว่าบัญชีรายชื่อดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์ เว้นแต่รายชื่อของบุคคลที่นายทะเบียนของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์แจ้งคัดค้านภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ได้รับบัญชีรายชื่อนั้นว่าการถือหลักทรัพย์ของบุคคลดังกล่าวขัดต่อกฎหมายหรือข้อจำกัดในเรื่องการโอนที่ได้จดทะเบียนไว้ตามกฎหมาย
มาตรา ๒๒๖ เมื่อตลาดหลักทรัพย์ยื่นคำขอต่อบริษัทที่ออกหลักทรัพย์พร้อมทั้งส่งมอบใบหลักทรัพย์เพื่อให้ลงทะเบียนการโอนว่าตลาดหลักทรัพย์เป็นผู้ถือหลักทรัพย์แทนบุคคลตามมาตรา ๒๒๕ วรรคหนึ่งแล้ว ตลาดหลักทรัพย์จะขอให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ออกใบรับโดยมีรายการตามแบบที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนดแทนการออกใบหลักทรัพย์ก็ได้ ในกรณีเช่นนั้นให้ถือเสมือนว่าบริษัทดังกล่าวได้ออกใบหลักทรัพย์แล้ว
มาตรา ๒๒๗ เจ้าของหลักทรัพย์ที่ฝากไว้กับตลาดหลักทรัพย์อาจขอให้ตลาดหลักทรัพย์ออกใบหลักทรัพย์ในชื่อของตนได้โดยยื่นคำขอตามแบบที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนด
เมื่อได้รับคำขอตามวรรคหนึ่ง ให้ตลาดหลักทรัพย์แจ้งรายชื่อผู้เป็นเจ้าของหลักทรัพย์ให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ทราบ และให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้รับแจ้งรายชื่อดังกล่าวแล้วดำเนินการใส่ชื่อผู้เป็นเจ้าของหลักทรัพย์นั้นลงในสมุดทะเบียนของบริษัทพร้อมทั้งออกใบหลักทรัพย์ใหม่ในชื่อของเจ้าของหลักทรัพย์ดังกล่าว
การยื่นคำขอตามวรรคหนึ่ง ถ้าเจ้าของหลักทรัพย์มิได้เป็นผู้ฝากหลักทรัพย์โดยตรงกับตลาดหลักทรัพย์ ให้ยื่นคำขอผ่านผู้ฝากหลักทรัพย์นั้น
มาตรา ๒๒๘ การโอนหลักทรัพย์จากบัญชีผู้ฝากหลักทรัพย์รายหนึ่งไปยังบัญชีของผู้ฝากหลักทรัพย์อีกรายหนึ่ง จะกระทำได้ต่อเมื่อตลาดหลักทรัพย์ได้รับคำร้องขอจากผู้ฝากหลักทรัพย์หรือเมื่อสำนักหักบัญชีของตลาดหลักทรัพย์ได้แจ้งรายการการส่งมอบหลักทรัพย์ระหว่างสมาชิกที่ได้ซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ในแต่ละสิ้นวัน
การโอนบัญชีหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง ให้มีผลเป็นการส่งมอบหลักทรัพย์เมื่อตลาดหลักทรัพย์ได้ลงบันทึกบัญชีของผู้ฝากหลักทรัพย์
มาตรา ๒๒๙ ความในส่วนนี้ มิให้ใช้บังคับกับธนาคารแห่งประเทศไทย
ส่วนที่ ๒
สมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์
มาตรา ๒๓๐ บริษัทหลักทรัพย์จะรวมกันจัดตั้งสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อทำการส่งเสริมการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์อันมิใช่เป็นการหาผลกำไรหรือรายได้แบ่งปันกันได้ก็แต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๒๓๑ การจัดตั้งสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ต้องได้รับใบอนุญาตและจดทะเบียนกับสำนักงาน
มาตรา ๒๓๒ การขออนุญาตและการจดทะเบียนนั้น ให้บริษัทหลักทรัพย์ผู้เริ่มก่อการจัดตั้งที่มีจำนวนไม่น้อยกว่าสิบห้ารายยื่นคำขอต่อสำนักงานตามหลักเกณฑ์และวิธีที่คณะกรรมการก.ล.ต.ประกาศกำหนด
ให้สำนักงานมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือเรียกบุคคลใด ๆ มาสอบถามหรือให้ส่งเอกสารมาเพื่อประกอบการพิจารณาเกี่ยวกับการขออนุญาตจัดตั้งสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ได้
มาตรา ๒๓๓ ให้สมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตและจดทะเบียนแล้วเป็นนิติบุคคล
มาตรา ๒๓๔ สมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ต้องมีข้อบังคับและข้อบังคับนั้นอย่างน้อยต้องมีข้อความต่อไปนี้
(๑) ชื่อ
(๒) วัตถุที่ประสงค์
(๓) ที่ตั้งสำนักงาน
(๔) วิธีรับสมาชิก สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
(๕) วินัยและการลงโทษสมาชิก
(๖) การดำเนินกิจการของสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์การตั้ง การออกจากตำแหน่ง และการประชุมของกรรมการ ตลอดจนการประชุมใหญ่
(๗) ข้อบังคับอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
ข้อบังคับของสมาคมต้องนำไปจดทะเบียนต่อสำนักงานพร้อมกับการยื่นคำขออนุญาตจัดตั้งสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ ก่อนออกใบอนุญาตถ้าสำนักงานเห็นสมควรจะสั่งให้แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับนั้นก็ได้
มาตรา ๒๓๕ สมาชิกของสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ต้องเป็นบริษัทหลักทรัพย์เท่านั้น
มาตรา ๒๓๖ ชื่อของสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์จะต้องเป็นชื่อเฉพาะที่ปรากฏในข้อบังคับเท่านั้น และห้ามมิให้ใช้ข้อความ "แห่งประเทศไทย" หรือข้อความที่มีความหมายทำนองเดียวกันประกอบเป็นชื่อของสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์
ให้สมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์จัดให้มีป้ายชื่ออ่านได้ชัดเจนติดไว้หน้าสำนักงาน
มาตรา ๒๓๗ ให้นำบทบัญญัติตามกฎหมายว่าด้วยสมาคมการค้าในส่วนที่เกี่ยวกับการดำเนินกิจการ การควบคุม การเลิก และบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้องมาใช้บังคับโดยอนุโลมเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติในส่วนนี้ ทั้งนี้ ให้ใช้คำว่า "คณะกรรมการ ก.ล.ต." แทนคำว่า "รัฐมนตรี" คำว่า"สำนักงาน" แทนคำว่า "นายทะเบียน" คำว่า "สมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์" แทนคำว่า"สมาคมการค้า" และให้อำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยสมาคมการค้า เป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้
หมวด ๘
การกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์
และการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ
ส่วนที่ ๑
การป้องกันการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับ
การซื้อขายหลักทรัพย์
มาตรา ๒๓๘ ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์ หรือผู้ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินกิจการของบริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ หรือผู้มีส่วนได้เสียในหลักทรัพย์บอกกล่าวข้อความอันเป็นเท็จหรือข้อความใดโดยเจตนาให้ผู้อื่นสำคัญผิดในข้อเท็จจริงเกี่ยวกับฐานะการเงิน ผลการดำเนินงานหรือราคาซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทหรือนิติบุคคลที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือหลักทรัพย์ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์
มาตรา ๒๓๙ ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์ หรือผู้ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินกิจการของบริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ หรือผู้มีส่วนได้เสียในหลักทรัพย์ แพร่ข่าวเกี่ยวกับข้อเท็จจริงใดๆ อันอาจทำให้บุคคลอื่นเข้าใจว่าหลักทรัพย์ใดจะมีราคาสูงขึ้นหรือลดลง เว้นแต่จะเป็นการแพร่ข่าวในข้อเท็จจริงที่ได้แจ้งไว้กับตลาดหลักทรัพย์แล้ว
มาตรา ๒๔๐ ห้ามมิให้ผู้ใดแพร่ข่าวอันเป็นความเท็จให้เลื่องลือจนอาจทำให้บุคคลอื่นเข้าใจว่าหลักทรัพย์ใดจะมีราคาสูงขึ้นหรือลดลง
มาตรา ๒๔๑ ในการซื้อหรือขายซึ่งหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือหลักทรัพย์ที่ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ ห้ามมิให้บุคคลใดทำการซื้อหรือขายหรือเสนอซื้อหรือเสนอขายหรือชักชวนให้บุคคลอื่นซื้อหรือขายหรือเสนอซื้อหรือเสนอขายซึ่งหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือหลักทรัพย์ที่ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในประการที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบต่อบุคคลภายนอก โดยอาศัยข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์ที่ยังมิได้เปิดเผยต่อประชาชนและตนได้ล่วงรู้มาในตำแหน่งหรือฐานะเช่นนั้น และไม่ว่าการกระทำดังกล่าวจะกระทำเพื่อประโยชน์ต่อตนเองหรือผู้อื่น หรือนำข้อเท็จจริงเช่นนั้นออกเปิดเผยเพื่อให้ผู้อื่นกระทำดังกล่าวโดยตนได้รับประโยชน์ตอบแทน
เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ บุคคลตามวรรคหนึ่งให้รวมถึง
(๑) กรรมการ ผู้จัดการ ผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานหรือผู้สอบบัญชีของบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือบริษัทที่มีหลักทรัพย์ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์
(๒) ผู้ถือหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือบริษัทที่มหลักทรัพย์ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ที่ถือหลักทรัพย์ตามมูลค่าที่ตราไว้เกินร้อยละห้าของทุนจดทะเบียน ในกรณีนี้ให้คำนวณมูลค่าหลักทรัพย์ของผู้ถือหลักทรัพย์โดยนับหลักทรัพย์ของคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของผู้ถือหลักทรัพย์ดังกล่าวรวมเป็นหลักทรัพย์ของผู้ถือหลักทรัพย์ด้วย
(๓) เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ หรือกรรมการ ผู้จัดการ หรือพนักงานของตลาดหลักทรัพย์ หรือศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งอยู่ในตำแหน่งหรือฐานะที่สามารถล่วงรู้ข้อเท็จจริง อันเป็นสาระสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์อันได้จากการปฏิบัติหน้าที่
(๔) ผู้ใดซึ่งเกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ และหรือการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์หรือศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์
มาตรา ๒๔๒ เพื่อมิให้บุคคลตามมาตรา ๒๔๑ วรรคสอง ได้รับประโยชน์จากการฝ่าฝืนมาตรา ๒๔๑ วรรคหนึ่ง ให้สำนักงานมีสิทธิเรียกให้ผู้ฝ่าฝืนดังกล่าวส่งมอบผลประโยชน์ที่ตนได้มาจากการซื้อขายหลักทรัพย์นั้น หรือจากการนำข้อเท็จจริงออกเปิดเผย ซึ่งได้กระทำภายในหกเดือนนับจากวันที่ตนได้ล่วงรู้ข้อเท็จจริงดังกล่าว และให้ผู้ฝ่าฝืนนั้นส่งมอบผลประโยชน์ตามที่สำนักงานเรียกร้องภายในกำหนดเวลาที่สำนักงานกำหนด
ผลประโยชน์ที่เรียกได้ตามวรรคหนึ่ง ให้ตกเป็นของสำนักงาน
มาตรา ๒๔๓ ในการซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือหลักทรัพย์ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์
(๑) ห้ามมิให้ผู้ใดทำการซื้อหรือขายหลักทรัพย์โดยรู้เห็น หรือตกลงกับบุคคลอื่นอันเป็นการอำพรางเพื่อให้บุคคลทั่วไปหลงผิดไปว่าขณะใดขณะหนึ่งหรือช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งหลักทรัพย์นั้นได้มีการซื้อหรือขายกันมาก หรือราคาของหลักทรัพย์นั้นได้เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่มีการเปลี่ยนแปลง อันไม่ตรงต่อสภาพปกติของตลาด
(๒) ห้ามมิให้ผู้ใดโดยตนเองหรือร่วมกับผู้อื่นทำการซื้อขายหลักทรัพย์ในลักษณะต่อเนื่องกัน อันเป็นผลทำให้การซื้อหรือขายหลักทรัพย์นั้นผิดไปจากสภาพปกติของตลาด และการกระทำดังกล่าได้กระทำไปเพื่อชักจูงให้บุคคลทั่วไปทำการซื้อหรือขายหลักทรัพย์นั้น เว้นแต่เป็นการกระทำโดยสุจริตเพื่อปกป้องประโยชน์อันชอบธรรมของตน
มาตรา ๒๔๔ ในกรณีดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าเป็นการอำพรางเพื่อให้บุคคลทั่วไปหลงผิดตามมาตรา ๒๔๓ (๑) ด้วย
(๑) ทำการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ ซึ่งในที่สุดบุคคลที่ได้รับประโยชน์จากการซื้อและขายหลักทรัพย์นั้นยังคงเป็นบุคคลคนเดียวกัน
(๒) สั่งซื้อหลักทรัพย์โดยรู้อยู่แล้วว่าตนเองหรือผู้ซึ่งร่วมกันได้สั่งขายหรือจะสั่งขายหลักทรัพย์ของนิติบุคคลเดียวกันหรือของโครงการจัดการกองทุนรวมเดียวกัน ประเภทและชนิดเดียวกัน ทั้งนี้ โดยมีจำนวนใกล้เคียงกัน ราคาใกล้เคียงกันและภายในเวลาใกล้เคียงกัน
(๓) สั่งขายหลักทรัพย์โดยรู้อยู่แล้วว่าตนเองหรือผู้ซึ่งร่วมกันได้สั่งซื้อหรือจะสั่งซื้อหลักทรัพย์ของนิติบุคคลเดียวกันหรือของโครงการจัดการกองทุนรวมเดียวกันประเภทและชนิดเดียวกัน ทั้งนี้ โดยมีจำนวนใกล้เคียงกันราคาใกล้เคียงกันและภายในเวลาใกล้เคียงกัน
|